บทที่ 1 เส้นขนานที่บรรจบกันในเมืองลวง

มหานครแห่งนี้ไม่เคยหลับใหล...

แสงไฟนีออนสว่างไสวตัดกับความมืดมิดของยามราตรี ทอดเงาลงบนพื้นถนนที่เปียกชื้นหลังหยาดฝนโปรยปราย เสียงการจราจรเบื้องล่างดังอื้ออึงเป็นจังหวะชีพจรของเมืองใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยาน อำนาจ และความปรารถนาซ่อนเร้นของผู้คนนับล้าน

ณ ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในใจกลางเมือง ผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ได้แบบพาโนรามา ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยืนทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง เขากำลังถือแก้ววิสกี้สีอำพันในมือ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดของ ‘ท่านประธาน’ ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ ไม่มีใครคาดคิดว่าเบื้องหลังความเย็นชานั้น เขาเพิ่งจะก้าวล่วงเข้าไปในชีวิตของหญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างจงใจ รื้อถอนกำแพงความสงบสุขของเธอจนพังทลาย และใช้โซ่ตรวนแห่งอำนาจผูกมัดเธอไว้ข้างกายโดยไม่สนว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่

ในขณะเดียวกัน ลึกลงไปในมุมมืดของเมืองหลวง... ภายในคลับหรูหราที่ถูกซ่อนไว้จากสายตาคนทั่วไป กลิ่นซิการ์คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง ‘มาเฟีย’ หนุ่มผู้มีรอยยิ้มเยือกเย็นกำลังนั่งมองหญิงสาวที่พลัดหลงเข้ามาในถิ่นของเขาโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ การพบกันโดยบังเอิญในคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้เขาตัดสินใจดึงเธอเข้าสู่โลกแห่งความจริงอันโหดร้าย โลกที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจมืดและการแย่งชิง โลกที่เธอไม่เคยสัมผัส และไม่มีวันหลีกหนีพ้นเมื่อเขาได้ประทับตรารจองจำเธอไว้ด้วยจุมพิตที่เปื้อนกลิ่นคาวเลือดและความเร่าร้อน

ทว่า... ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของอำนาจและอิทธิพลเหล่านั้น ห่างออกไปไม่ไกลนักในเขตของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันเป็นศูนย์รวมของเหล่าทายาทนักธุรกิจและผู้มีอิทธิพล เรื่องราวความรักที่ปั่นป่วนและอันตรายต่อหัวใจไม่แพ้กันกำลังเริ่มต้นขึ้น

‘ฉัน’ หรือ ‘รินลดา’ หญิงสาวธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยล้นฟ้า ไม่ได้มีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาด ฉันแค่ต้องการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเรียบง่าย ตั้งใจเรียนให้จบ หางานทำเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว และมีความรักที่อบอุ่นและปลอดภัยเหมือนคนทั่วไป

แต่ความปรารถนาอันแสนเรียบง่ายนั้นกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อฉันบังเอิญไปสะดุดตา ‘พี่อัคคี’ รุ่นพี่ปีสี่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์

เขาไม่ใช่แค่เดือนมหาวิทยาลัยที่หล่อเหลาจนสาวๆ ทั้งมหาลัยยอมสยบ แต่เขาคือทายาทตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับธุรกิจมืดและสว่างของเมืองนี้ อัคคีเป็นผู้ชายที่อันตราย เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ และไม่เคยมีคำว่า ‘ไม่ได้’ อยู่ในพจนานุกรมชีวิตของเขา

ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่... อาจจะเป็นวันนั้นที่ฉันเผลอทำกาแฟหกใส่เสื้อช็อปของเขา หรืออาจจะเป็นวันที่ฉันบังเอิญไปเห็นเขาจัดการกับคู่อริในซอยเปลี่ยวหลังมหาวิทยาลัย ไม่ว่ามันจะเริ่มต้นจากอะไร ผลลัพธ์ของมันก็คือ... เขากำลังก้าวเข้ามาคุกคามชีวิตของฉันอย่างหนักหน่วง

"จะรีบเดินหนีไปไหน รินลดา"

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความยียวนและอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฝีเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ ของฉันชะงักกึก บรรยากาศรอบตัวในทางเดินแคบๆ ของตึกเรียนตึกเก่าที่ไร้ผู้คนดูเหมือนจะเย็นเยือกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฉันหลับตาลงแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความสั่นไหวในอก

น่ารำคาญ... เขาช่างเป็นผู้ชายที่น่ารำคาญที่สุดในโลก!

ฉันหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาหาด้วยท่าทีสบายๆ แต่แววตาของเขากลับจับจ้องมาที่ฉันราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนแม่กวางน้อยให้จนมุม อัคคีอยู่ในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยเงินที่สะท้อนแสงไฟจางๆ รอยยิ้มมุมปากที่มักจะทำให้สาวๆ ใจละลาย บัดนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด

"พี่อัคคี ตามฉันมาทำไมคะ? ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้ฉันมีเรียนเช้า และฉันไม่อยากสายเพราะต้องมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับพี่" ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกระเบิด

"ก็ไม่ได้จะมาต่อล้อต่อเถียง" เขายักไหล่ ขายาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็วจนฉันต้องถอยกรูดไปชนกับผนังล็อกเกอร์ด้านหลัง "แค่จะมาทวงสิทธิ์"

"สิทธิ์? สิทธิ์อะไรของพี่? ฉันไปตกลงอะไรกับพี่ตอนไหน!" ฉันเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขาเอาไว้เมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเขา กลิ่นที่ทำให้ฉันรู้สึกมึนเมาและอึดอัดในเวลาเดียวกัน

"สิทธิ์ของการเป็นคนคุยไง" เขาพูดหน้าตาเฉย แขนข้างหนึ่งยกขึ้นยันผนังล็อกเกอร์ไว้ ขังฉันให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

"ฉันไม่เคยตกลงเป็นคนคุยกับพี่! พี่ทึกทักเอาเองทั้งนั้น!" ฉันแหวใส่หน้าเขาอย่างหมดความอดทน

ไม่คิดเลยว่าชีวิตมหาลัยของฉันจะวุ่นวายเพราะรุ่นพี่ที่ตามตื๊อแบบไม่ยอมปล่อยคนนี้ เขาตามติดฉันทุกฝีก้าว ไม่ว่าฉันจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด หรือแม้แต่ตอนเดินกลับหอพัก เขาก็จะโผล่มาสร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตฉันเสมอ ทั้งการส่งช่อดอกไม้ช่อโตมาให้กลางห้องเลคเชอร์ การไล่ตะเพิดผู้ชายทุกคนที่พยายามจะเข้ามาจีบฉัน หรือแม้กระทั่งการบังคับให้ฉันขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาเพื่อไปส่งที่หอ ทั้งหมดนี้มันทำให้ฉันตกเป็นเป้าสายตาและถูกนินทาจากคนทั้งมหาวิทยาลัย

"งั้นก็ตกลงซะตอนนี้เลยสิ" เขากระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงบนผิวแก้มจนฉันขนลุกซู่ "พี่ให้เวลาเธอวิ่งหนีมานานพอแล้วนะรินลดา ยิ่งเธอหนี พี่ก็ยิ่งอยากตาม และตอนนี้... พี่ชักจะหมดความอดทนกับการเล่นไล่จับนี่แล้ว"

ดวงตาสีเข้มของเขาที่สบประสานกับฉันในระยะประชิดไม่มีแววล้อเล่นอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลึกล้ำและความดุดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีสบายๆ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก... มันไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวต่ออิทธิพลของเขา แต่มันคือปฏิกิริยาของร่างกายที่กำลังตอบสนองต่อแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนน่าตกใจ

ทั้งน่ารำคาญ... ทั้งอันตรายต่อหัวใจ...

ฉันพยายามผลักไสเขาออกไป แต่แรงของหญิงสาวตัวเล็กๆ หรือจะสู้แรงของผู้ชายตัวโตที่ผ่านการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาอย่างโชกโชน อัคคีรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะตรึงมันไว้เหนือศีรษะ ร่างกายแกร่งแนบชิดเข้ามาจนฉันสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อและอัตราการเต้นของหัวใจของเขา

"ปล่อยนะ! พี่จะทำบ้าอะไร ที่นี่มันมหาลัยนะ!" ฉันขู่ฟ่อ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสายตาของเขาหลุบต่ำลงมองที่ริมฝีปากของฉัน

"ถ้าเธอไม่เลิกดื้อ พี่จะจูบเธอตรงนี้แหละ ให้คนทั้งตึกรู้ไปเลยว่าเธอเป็นของใคร" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและจริงจังจนฉันตัวสั่น

ยิ่งฉันหนี เขาก็ยิ่งก้าวเข้ามาใกล้... ใกล้จนลมหายใจของฉันแทบสะดุด ทุกครั้งที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองมา ทุกครั้งที่สัมผัสอันหยาบกระด้างแต่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจของเขารุกรานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว กำแพงความรู้สึกที่ฉันพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองก็ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย

ฉันเกลียดความก้าวร้าวของเขา เกลียดความเผด็จการ และเกลียดที่เขาทำให้ชีวิตที่แสนสงบสุขของฉันต้องป่นปี้ แต่ในขณะเดียวกัน... ลึกๆ ในใจที่ฉันไม่กล้ายอมรับแม้แต่กับตัวเอง ฉันกลับคุ้นชินกับการมีเขาอยู่รอบตัว คุ้นชินกับกลิ่นน้ำหอมของเขา คุ้นชินกับความอบอุ่นประหลาดๆ ที่แฝงมากับการบีบบังคับ

ฉันเริ่มกลัวเหลือเกิน...

กลัวว่าในท้ายที่สุดแล้ว ฉันจะไม่ใช่แค่เหยื่อที่ถูกราชสีห์ตัวนี้ต้อนให้จนมุม แต่ฉันอาจจะยอมศิโรราบและมอบหัวใจให้เขาไปขย้ำเล่นด้วยความเต็มใจ

"มองตาพี่ รินลดา" อัคคีเชยคางฉันขึ้น บังคับให้ฉันสบตากับเขา "เลิกหนีได้แล้ว เพราะต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก พี่ก็จะตามไปลากเธอกลับมาอยู่ข้างกายพี่อยู่ดี"

วินาทีนั้น ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดิน ฉันตระหนักได้ในทันทีว่า... ชีวิตของฉัน ลมหายใจของฉัน และหัวใจของฉัน จะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาได้เริ่มหมุนแล้ว ท่ามกลางมหานครที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความรักของท่านประธานผู้เย่อหยิ่งและมาเฟียผู้ไร้หัวใจ เรื่องราวของฉันกับรุ่นพี่จอมตื๊อที่แสนอันตรายคนนี้... กำลังจะกลายเป็นบทพิสูจน์ที่ว่า ความรักที่เริ่มต้นจากการถูกบังคับและวิ่งหนี จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งจนไม่อาจถอนตัวได้หรือไม่

นี่คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย จุดเริ่มต้นของความเร่าร้อน และจุดเริ่มต้นของการพ่ายแพ้ให้กับหัวใจตัวเอง... ในมหานครเร้นรักแห่งนี้.

บทถัดไป